วันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

อัลอิควาน อัลมุสลิมูน

อัลอิควาน อัลมุสลิมูน

โดยสรุป
อัลอิควาน อัลมุสลิมูน เป็นกลุ่มเคลื่อนไหวแห่งศาสนาอิสลามที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน เรียกร้องให้กลับสู่อิสลามดังที่มีอยู่ในอัลกุรอานและซุนนะฮฺ เชิญชวนให้ปฏิบัติตามกฎหมายอิสลาม(ชรีอะฮฺ)ในชีวิต ได้เผชิญและต่อต้านนโยบายแห่งการแยกศาสนาออกจากการปกครอง และต่อสู้กับกระแสเซคิวลาร์(แยกศาสนาจากกิจกรรมทางโลก) ในแถบประเทศอาหรับและโลกมุสลิม

ผู้ก่อตั้งและบุคคลสำคัญ
ผู้ก่อตั้งแนวนี้คือ เชคหะซัน อัลบันนา (เกิด ฮ.ศ.1324 – เสียชีวิต 1368 หรือ ค.ศ.1906-1949 หรือ พ.ศ.2449-2492) ท่านเกิดที่เมืองเล็กๆ ในจังหวัดอัลบุฮัยเราะฮฺ ประเทศอียิปต์ และเติบโตในบรรยากาศแห่งศาสนาด้วยครอบครัวที่ทิ้งเครื่องหมายชัดเจนในชีวิต ของท่าน
พร้อม กับการศึกษาด้านศาสนาในบ้านของท่านและมัสยิด ท่านก็ได้ศึกษาในโรงเรียนของรัฐบาล และเข้าเป็นสมาชิกนักศึกษาในคณะดารุลอุลูม กรุงไคโร จนสำเร็จในปี ค.ศ.1927 
ท่าน ได้รับแต่งตั้งเป็นครูในโรงเรียนประถมเมืองอิสมาอิลียะฮฺ และที่นั่นท่านได้ริเริ่มเคลื่อนไหวแห่งการเผยแผ่เชิญชวนสังคม โดยเฉพาะร้านกาแฟและในหมู่ผู้ทำงานที่คลองสุเอซ จนถึงเดือนซุลเกาะอฺดะฮฺ ฮ.ศ.1327 (ตรงกับ เม.ย. ค.ศ.1928) ท่านได้ก่อตั้งศูนย์แรกของอัลอิควาน
ในปี ค.ศ.1932 ท่านได้ย้ายไปอยู่กรุงไคโร จึงต้องย้ายสำนักแกนนำของกลุ่มเคลื่อนไหวนี้ไปด้วย
ในปี ฮ.ศ.1332 (ตรงกับ ค.ศ.1933) ท่านได้จัดพิมพ์หนังสือพิมพ์รายสัปดาห์ชื่อว่า “อัลอิควาน อัลมุสลิมูน” โดย เชคมุฮิบบุดดีน อัลค่อฏี๊บ (เกิด ฮ.ศ.1301- เสียชีวิต 1389 หรือ ค.ศ.1886-1969) เป็นผู้จัดการ ภายหลังได้พิมพ์ “อันนะซีร” ในปี ฮ.ศ.1357 (ตรงกับ ค.ศ.1938) และหลังจากนั้นได้พิมพ์ “อัชชิฮาบ” ในปี ฮ.ศ.1367 (ตรงกับ ค.ศ.1947) และหลังจากนั้นได้พิมพ์หนังสือพิมพ์และวารสารของขบวนการอิควานฯ เรื่อยมา
คณะกรรมการก่อตั้งของกลุ่มถูกรวบรวมครั้งแรกในปี ค.ศ.1941 โดยมีคณะกรรมการร้อยท่าน ถูกคัดเลือกโดย เชคหะซัน อัลบันนา เอง
กลุ่ม อัลอิควานให้ความร่วมมือในสงครามฟิลิสฏีน ปี 1948 โดยเข้าสงครามด้วยกำลังทัพของกลุ่มฯ เหตุการณ์นี้รัฐมนตรีกามิล อัชชะรีฟ อดีตแกนนำอิควานฯประเทศจอร์แดน และเลขาธิการสภาโลกมุสลิมแห่งการเผยแผ่และอนุเคราะห์ ได้บันทึกรายละเอียดในหนังสือของท่านคือ “อัลอิควาน อัลมุสลิมูน ในสงครามฟิลิสฏีน” 
วัน ที่ 8 พฤศจิกายน ค.ศ.1948 อันนักฺรอชี(อดีตนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรอียิปต์ขณะที่เป็นเมืองขึ้นของ ประเทศอังกฤษ)ถูกสังหาร และกลุ่ม อิควานถูกกล่าวหาว่าอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ จึงเป็นเหตุให้ผู้สนับสนุนอันนักฺรอชีเรียกร้องให้แก้แค้นด้วยการสังหาร เชคหะซัน อัลบันนา ซึ่งก็ปรากฏจริงๆในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1949 
คณะ รัฐมนตรีของท่านอันนะฮาสบาชา (รัฐบาลที่ได้รับเลือกตั้งขึ้นภายหลังจากชุดของอันนักฺรอชี) ได้ปล่อยสมาชิกกลุ่มอิควานฯ ที่ถูกกล่าวหาในเหตุการณ์สังหารอันนักฺรอชี และอนุญาตให้ฟื้นฟูกลุ่มอิควานฯ ด้วยคำพิพากษาของศาลสูงสุดแห่งราชอาณาจักรอียิปต์ ด้วยเหตุผลว่าการสั่งให้ยุบกลุ่มอิควานนั้นเป็นคำสั่งที่โมฆะ

ในปี ค.ศ.1950 ท่านหะซัน อัลหุฎ็อยบี (ฮ.ศ.1306-1393 / ค.ศ.1891-1973) ได้รับคัดเลือกเป็นผู้นำกลุ่มอิควานฯ (อัลมุรชิด) ท่านเป็นบุคคลหนึ่งในคณะผู้พิพากษาชื่อดังในสถาบันศาลแห่งราชอาณาจักร อียิปต์ ท่านถูกจำคุกหลายครั้ง และในที่สุดได้มีคำตัดสินของศาลให้ประหารชีวิตท่านในปี ค.ศ.1954 (สมัยนัสเซอร์ที่ต่อต้านกลุ่มอิควานฯ) แต่คำตัดสินนั้นถูกลดลงให้เป็นการจำคุกตลอดชีวิต และท่านถูกปล่อยตัวในปี ค.ศ.1971 
ใน เดือนตุลาคม ค.ศ.1951 เหตุการณ์เรียกร้องเอกราชจากจักรวรรดินิยมอังกฤษในประเทศอียิปต์ร้อนระอุ กลุ่มอิควานฯได้ปฏิบัติการโจมตีแบบสงครามกองโจรต่อกองทัพอังกฤษที่คลองสุเอซ ท่านกามิล อัชชะรีฟ ได้บันทึกรายละเอียดเรื่องนี้ในหนังสือ “การต่อต้านที่ลึกลับในคลองสุเอซ” 
ในวัน ที่ 23 กรกฎาคม ค.ศ.1952 กลุ่มทหารอียิปต์กลุ่มหนึ่งโดยมี มุฮัมมัด นะยีบ เป็นผู้นำ ได้ปฏิวัติระบบกษัตริย์ด้วยความช่วยเหลือจากกลุ่มอิควานฯ แต่กลุ่มอิควานมุสลิมูนไม่ร่วมปกครองประเทศกับคณะปฏิวัตินั้น เพราะมีทัศนะไม่เห็นชอบกับแนวทางปกครองของผู้ปฏิวัติ จึงทำให้ ญะม้าล นัสเซอร์ (ผู้นำคณะปฏิวัติ) ถือว่าการปฏิเสธของกลุ่มอิควานฯ เป็นแผนของกลุ่มอิควานฯ เพื่อควบคุมการปฏิวัติ ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้โต้เถียงในเรื่องนี้ จนกระทั่งรัฐบาลได้สั่งให้จำคุกสมาชิกกลุ่มอิควานฯ ในปี ค.ศ.1954 และไล่ตามสมาชิกอื่นๆที่ลี้ภัย โดยอ้างเหตุผลว่า กลุ่มอิควานฯได้วางแผนเพื่อสังหาร ญะม้าล นัสเซอร์ ที่อนุสาวรีย์อัลมัสชียะฮฺ เมืองอเล็กซานเดรีย และรัฐบาลได้สั่งให้ประหารชีวิตแกนนำ 6 คนของกลุ่มอิควาน คือ อับดุลกอดิร เอาดะฮฺ, มุฮัมมัด ฟัรฆอลียฺ, ยูซุฟ ฏ็อลอัต, ฮินดาวี ดุวัยรฺ, อิบรอฮีม อัฏฏ็อยยิบ, มะหฺมูด อับดุลลาตีฟ

ในปี ค.ศ.1965-1966 มีการจับสมาชิกกลุ่มอิควานฯ จำคุกบ่อยครั้ง โดยมีข้อหาก่อตั้งกลุ่มใต้ดินที่มีเป้าหมายปฏิวัติการปกครอง ทางรัฐบาลได้จำคุกและทรมานกลุ่มอิควานจำนวนมาก และในครั้งนั้นได้ประหารชีวิตแกนนำของอัลวานอัลมุสลิมูน 3 ท่านคือ ยูซุฟ เฮาวาช ,อับดุลฟัตตาฮฺ อิสมาอีล และ 

ซัยยิด กุฏบฺ (ฮ.ศ.1324-1387 / ค.ศ.1906-1966) ท่านนี้ถือเป็น นักปราชญ์ท่านที่สองในกลุ่มอิควานฯ นอกเหนือจาก เชคหะซัน อัลบันนา และเป็นบุคคลหนึ่งในบรรดานักปราชญ์ศาสนาอิสลามชื่อดังในยุคปัจจุบัน ท่านถูกจำคุกในปี ค.ศ.1954 และอยู่ในคุกเป็นเวลา 10 ปี จนถูกปล่อยในปี 1964 ด้วยคำเรียกร้องของประธานาธิบดีอิรัก อับดุสสลาม อาริฟ แต่ไม่นานนักท่านก็ถูกจำคุกอีกครั้งหนึ่งและต้องเผชิญกับคำพิพากษาให้ ประหารชีวิตในที่สุด ท่านได้เขียนตำราไว้มากมายในสาขาวรรณคดี, วิเคราะห์สถานการณ์ และวิชาศาสนาต่างๆ โดยมีหนังสือชื่อดัง ดังต่อไปนี้
ฟีซิลาล อัลกุรอาน (อธิบายความหมายอัลกุรอาน)

อัลอะดาละตุลิจติมาอียะตุ ฟิลอิสลาม (ความยุติธรรมแห่งการสังคมในอิสลาม)
خصائص التَصَوُّر الإسلامي ومقوماته 
(คุณสมบัติและคุณลักษณะของวิสัยทัศน์อัลอิสลาม)
معالم في الطريق (เครื่องหมายในหนทาง)
ฯลฯ

• กลุ่มอิควานฯ ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องในทางลับ จนกระทั่ง ญะม้าล นัสเซอร์ เสียชีวิต ในวันที่ 28 กันยายน ค.ศ.1970 
• ในยุคประธานาธิบดีอันวัร อัซซาดาต กลุ่มอิควานมุสลิมูนที่ถูกจำคุกในยุคนัสเซอร์ได้รับการปล่อยตัวเป็นระยะๆ 

• ท่านอุมัร อัตติลมิซานีย์ (ฮ.ศ.1904-1986) ได้รับเลือกเป็นผู้นำสูงสุดของกลุ่มอิควานฯ (มุรชิดอาม) และในสมัยของท่าน แกนนำกลุ่มอิควานฯ ได้เรียกร้องให้คืนสิทธิ์ของกลุ่มและทรัพย์สินที่ถูกยึดไปในยุคนัสเซอร์ และท่านได้ดำเนินกลยุทธที่ทำให้กลุ่มฯ ไม่ต้องเผชิญหน้ากับรัฐบาล และท่านได้พูดเสมอว่า การเผยแผ่จำต้องปฏิบัติด้วยวิจารณญาน และห่างไกลจากความรุนแรง
• ท่านมุฮัมมัดฮามิด อบุนนัศรฺ ได้รับเลือกเป็นมุรชิดต่อจากท่านอุมัร อัตติลมิซานีย์ และได้ดำเนินตามนโยบายเดียวกัน 
• ท่านมุสฏอฟา มัชฮูร เป็นแกนนำกลุ่มพิเศษในขบวน การอิควานมุสลิมูนในยุคแรกๆ ท่านได้รับการเลือกตั้งเป็นมุรชิดของอิควานมุสลิมูนต่อจากท่านมุฮัมมัดฮา มิด อบุนนัศรฺ หลังจากที่เขาเสียชีวิตในปี ค.ศ.1996 ท่านมุสฏอฟาเป็นแกนนำที่ขยันมากในกิจกรรมของกลุ่มอิควานฯ ช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ท่านได้มีผลงานปรากฏเป็นหนังสือตำราและบทความในหนังสือพิมพ์และวารสารต่างๆ มากมาย ทั้งยังมีบทบาทของท่านที่เด่นชัดในการก่อตั้งสาขาของกลุ่มอิควานฯ ในทวีปยุโรป

• มีสมาชิกกลุ่มอิควานฯ หลายท่านที่มีบทบาทสูงนอกประเทศอียิปต์ อาทิเช่น อัชชัยคฺมุฮัมมัด มะหฺมูด อัศเศาวาฟ เป็น ผู้ก่อตั้งและผู้นำสูงสุดของกลุ่มอิควานมุสลิมูนในประเทศอิรัก ท่านได้เขียนตำรามากมาย และมีบทบาทเคลื่อนไหวสูงมากในการเผยแผ่ศาสนาอิสลามในทวีปอัฟริกา ภายหลังอพยพจากเมืองอิรักในปี ค.ศ.1959 ไปพำนักอยู่นครมักกะฮฺ, ดร.มุสฏอฟา อัสสิบาอียฺ (ฮ.ศ.1334-1384 / ค.ศ.1915-1964) เป็นผู้นำคนแรกของกลุ่มอิควานมุสลิมูนในประเทศซีเรีย ท่านได้ศึกษาถึงระดับปริญญาเอกจากคณะชรีอะฮฺ(นิติศาสตร์อิสลาม) มหาวิทยาลัยอัลอัซฮัร กรุงไคโร ในปี ค.ศ.1949 ท่านเป็นผู้นำกองทัพของอิควานมุสลิมูนในสงครามฟิลิสฏีน ปี ค.ศ.1948 ได้แข่งขันในการเลือกตั้งผู้แทนราษฎรในเมืองดิมัชกฺปี ค.ศ.1949 ท่านเป็นนักปราศรัยที่เชี่ยวชาญและเป็นผู้ก่อตั้งคณะชรีอะฮฺในเมืองดิมัชกฺ เมื่อปี ค.ศ.1954 และดำรงตำแหน่งเป็นอธิบดีคนแรกของคณะนี้ นอกจากนี้ ท่านยังมีส่วนร่วมในการร่างกฎหมายครอบครัวในประเทศซีเรียให้สอดคล้องกับ กฎหมายอิสลาม

กลุ่มอิควานมุสลิมูนในประเทศจอร์แดนถูกก่อตั้งในวันที่ 13 เดือนรอมฎอน ปี ฮ.ศ.1364 (ตรงกับ 19 พฤศจิกายน ค.ศ.1945) โดยผู้นำคนแรกคือ อัชชัยคฺอับดุลลาตีฟ อบูกูเราะฮฺ ซึ่งท่านเป็นผู้นำกองทัพอิควานจากประเทศจอร์แดนในสงครามฟิลิสฏีนปี 1948

ในวันที่ 26 พฤศจิกายน 1953 ท่านมุฮัมมัด อับดุรเราะห์มาน ค่อลีฟะฮฺ ได้รับการเลือกตั้งเป็นผู้นำสูงสุดของกลุ่มอิควานมุสลิมูนประเทศจอร์แดน 

แนวคิดและหลักศรัทธา
กลุ่ม อิควานมุสลิมูนเชื่อว่า อิสลามนั้นเป็นอะกีดะฮฺ(หลักศรัทธา)ที่จะควบคุมและครอบครองแนวชีวิตของ มุสลิม และเป็นแนวปฏิบัติที่รอบคอบสำหรับกิจกรรมต่างๆในชีวิตของมุสลิม กลุ่มอิควานฯ เรียกร้องสู่การก่อตั้งรัฐอิสลามเพื่อเป็นผลในการให้คำดำรัสของอัลลอฮฺสูง ส่งในโลกนี้ เชคหะซัน อัลบันนา ได้อธิบายวัตถุประสงค์ข้างต้นโดยกล่าวว่า “อิส ลามนั้นเป็นอิบาดะฮฺ(ศาสนกิจ) กิยาดะฮฺ(การปกครอง) และดีน(หลักเชื่อถือ) อิสลามเป็นรัฐบาลและจิตวิญญาณ เป็นข้อปฏิบัติ เป็นการละหมาด เป็นญิฮาด(ต่อสู้ดิ้นรน) เป็นการเชื่อฟัง เป็นการปกครอง เป็นอัลกุรอานและดาบ ไม่มีการแยกแยะระหว่างสิ่งดังกล่าว”
ตั้ง แต่กลุ่มอิควานมุสลิมูนก่อตั้งขึ้น ก็ขยันปฏิบัตินโยบาย ขยายผลงานให้ความเคลื่อนไหวของกลุ่มฯถึงระดับสากล เพื่อให้กิจกรรมของกลุ่มฯถูกปฏิบัติอย่างต่อเนื่องด้วยสาขาต่างๆ ของกลุ่มฯ

เชคหะซัน อัลบันนา ได้กล่าวถึงแนวการเผยแผ่ศาสนาของกลุ่มอิควานฯ ไว้ว่า “แท้ จริงกลุ่มอิควานมุสลิมูนนั้น เป็นการเผยแผ่ศาสนาตามแบบฉบับสลัฟ(บรรพชนยุคแรก-คือศ่อฮาบะฮฺและตาบิอีน) เป็นแนวแห่งซุนนะฮฺ และเป็นเนื้อหาแห่งซูฟี(สมถะ) เป็นกลุ่มคลื่อนไหวทางการเมือง เป็นกลุ่มเคลื่อนไหวทางกีฬา เป็นสมาพันธ์แห่งการศึกษาและวัฒนธรรม เป็นสถาบันแห่งเศรษฐกิจ เป็นทฤษฎีแห่งการปกครองสังคม”

• ท่านอัลบันนา ได้ยืนยันว่า สัญลักษณ์ความเคลื่อนไหวของอิควานมีดังต่อไปนี้
1. หลีกเลี่ยงจากปัญหาความขัดแย้ง
2. หลีกเลี่ยงจากอำนาจผู้ปกครองและผู้มีอิทธิพล
3. หลีกเลี่ยงจากอำนาจพรรคการเมืองและอำนาจของสถาบันต่างๆ
4. ให้ความสำคัญในการบุกเบิกและพัฒนาเป็นขั้นตอน
5. ให้ความสนใจในด้านความรู้ที่มีผลงานเป็นรูปธรรมมากกว่าการโฆษณาและประกาศตนเอง
6. ความสนใจของเยาวชนหนุ่มสาว
7. การแพร่ทั่วเมืองทั่วประเทศ

• เชคหะซัน อัลบันนาได้ระบุว่าคุณลักษณะของแนวเผยแผ่ศาสนาของกลุ่มอิควานมุสลิมูนมีดังต่อไปนี้
o เป็นดะอฺวะฮฺร็อบบานียะฮฺ หมายถึง เป็นแนวเผยแผ่แห่งพระผู้เป็นเจ้า เพราะพื้นฐานสำคัญในวัตถุประสงค์ของกลุ่มอิควานฯ เพื่อให้มนุษยชาติทั้งหลายดำรงชีวิตอยู่ใกล้ชิดกับพระผู้เป็นเจ้า
o เป็นดะอฺวะฮฺอาละมียะฮฺ หมาย ถึง เป็นแนวเผยแผ่แห่งสากล เพราะมุ่งสู่มนุษยชาติทั้งหลาย เนื่องจากอิควานฯเชื่อว่ามนุษย- ชาตินั้นเป็นพี่น้องกัน มีต้นตระกูลเดียวกัน ไม่เหนือกว่ากันเว้นแต่ด้วยความยำเกรงและด้วยสิ่งที่บุคคลนั้นกระทำเพื่อ ส่วนรวมในเรื่องคุณธรรมและความโปรดปรานอันกว้างขวาง
o เป็นดะอฺวะฮฺอิสลามียะฮฺ หมายถึง แนวเผยแผ่ศาสนาอิสลาม เพราะกลุ่มอิควานฯ อ้างตนถึงศาสนาอิสลาม

• เชคหะซัน อัลบันนา ได้อธิบายถึงระดับผลงานที่สมาชิก ผู้เลื่อมใส(อัลอะคุศศอดิกุ) ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
1. ปรับปรุงตนเองให้เป็นมุสลิมที่แข็งแรง ด้านร่างกาย ให้มีจริยธรรมที่มั่นคง มีปัญญาแห่งความรู้ที่หลากหลาย มีความสามารถในการทำมาหากิน มีอะกีดะฮฺ(หลักศรัทธา)ที่ถูกต้อง และปฏิบัติศาสนกิจอย่างถูกต้องเรียบร้อย
2. ก่อตั้งครอบครัวมุสลิมอย่างแท้จริง โดยประคับประคองครอบครัวให้เคารพความเห็นของตน และรักษามารยาทอิสลามในพฤติกรรมต่างๆ ของชีวิตครอบครัว
3. ชี้แนะสังคมโดยเผยแผ่คุณธรรมและต่อต้านความชั่วทั้งหลาย
4. เรียกร้องสู่เอกราชของโลกมุสลิมให้พ้น จากอำนาจของประเทศอื่นๆ ที่ไม่ใช่มุสลิม ไม่ว่าจะเป็นอำนาจทางการเมือง เศรษฐกิจ หรือความคิดก็ตาม
5. ปรับปรุงแก้ไขรัฐบาลที่ปกครองประเทศมุสลิมให้เป็นรัฐอิสลามอย่างแท้จริง
6. ให้มีส่วนร่วมในการเรียกคืนตำแหน่ง สากลของประชาชาติอิสลาม โดยเรียกร้องสู่เอกราชและฟื้นฟูความยิ่งใหญ่ของประชาชาติ ให้มีส่วนร่วมในการทำให้อิสลามเป็นผู้นำโลกเช่นที่เคยเป็นในอดีต ด้วยการเผยแผ่อิสลามไปทั่วทุกมุมโลก เพื่อไม่เป็นความเสียหายในแผ่นดินและให้ศาสนา ความเชื่อทั้งหลายเป็นกรรมสิทธิ์ของอัลลอฮฺเท่านั้น

• เชคหะซัน อัลบันนา ได้ลำดับขั้นตอนแห่งการเผยแผ่เคลื่อนไหวเป็น 3 ลำดับ ดังต่อไปนี้
1. การแนะนำ
2. การสร้าง
3. การดำรง

• ในหนังสืออัตตะอาลีม เชคหะซัน อัลบันนา ได้กล่าวไว้ว่า “หลักสำคัญในบัยอะฮฺของเรา(การให้สัตยาบันเป็นสมาชิกกลุ่มอิควานฯ) มีสิบประการ จงท่องจำไว้ ความเข้าใจ ความบริสุทธิ์ใจ การปฏิบัติ การต่อสู้ การเสียสละ การเชื่อฟัง การยืนหยัด มีอิสระจากอิทธิพลความคิดต่างๆ ยึดในความเป็นพี่น้อง มีความไว้วางใจ” ท่านได้อธิบายทุกประการและกล่าวว่า “ท่าน พี่น้องสมาชิกผู้เลื่อมใส นี่คือแนวเผยแผ่โดยสรุปของท่าน และโครงสร้างแนวคิดของท่านอย่างสังเขป และท่านสามารถรวบรวมสิบประการดังกล่าวในห้าประโยคนี้คือ อัลลอฮฺเป็นเป้าหมายของเรา ร่อซูลเป็นแบบฉบับผู้นำของเรา กุรอานเป็นกฎหมายของเรา ญิฮาดเป็นแนวทางของเรา ชะฮาดะฮฺสุดความหวังของเรา และท่านสามารถสรุปผลแห่งห้าประโยคดังกล่าวในห้าคำต่อไปนี้ สมถะ อ่านกุรอาน ละหมาด ความเป็นทหาร และจริยธรรม”

• ในหนังสือ خصائص التَصَوُّر الإسلامي ومقوماته ท่านอุสตาซซัยยิด กุฏบฺ ได้สะท้อนความเข้าใจของท่านและกลุ่มอิควานมุสลิมูนต่ออิสลาม ซึ่งสรุปคุณสมบัติของวิสัยทัศน์ต่ออิสลามว่ามีดังนี้ ร็อบบานียะฮฺ(เป็นศาสนาแห่งพระผู้เป็นเจ้า) ยืนหยัด รอบคอบ สมดุล ให้มีผลงานเชิงบวก อยู่ในกรอบความสามารถและมีเอกภาพ และท่านซัยยิด กุฏบฺ ได้อธิบายทุกประเด็นอย่างละเอียดในหนังสือดังกล่าว

• สัญลักษณ์(โลโก้)ของกลุ่มอิควานฯ เป็นดาบสองเล่มไขว้กัน ล้อมอัลกุรอาน พร้อมคำว่า (( وَأَعِدُّوا )) แปลว่า จงเตรียมพร้อม ซึ่งเป็นอายะฮฺในซูเราะตุลอันฟาล และมีสามคำระบุเบื้องล่างคือ สัจธรรม พลัง อิสระ
• กลุ่มอิควานได้เปลี่ยนและปรับปรุงกลยุทธ์ในการเผชิญกับอำนาจรัฐ เนื่องจากผลเสียหายที่เกิดจากกลยุทธ์เก่าในประเทศอียิปต์และซีเรีย ซึ่งแกนนำหลายท่านได้สิ้นชีวิตและประสบการทรมานในคุก และไม่สามารถทำงานได้อย่างเปิดเผย อันส่งผลกระทบร้ายแรงต่อการขยายตัวของกลุ่มฯ 
• กลุ่มอิควานฯ สามารถควบคุมสหภาพต่างๆ และมีปรากฏการณ์ในด้านการเมืองและอื่นๆ

• ปัจจุบันนี้รัฐบาลอียิปต์ไม่อนุญาตให้ก่อตั้งพรรคการเมืองที่มีวัตถุ ประสงค์ด้านศาสนา ด้วยเหตุผลว่ามิให้นำศาสนามาเกี่ยวข้องกับการเมืองและอ้างถึงชนกลุ่มน้อยที่ ไม่ใช่มุสลิม ที่อาจเรียกสิทธิ์ในการตั้งพรรคศาสนาของเขา จึงทำให้กลุ่มอิควานมุสลิมูนไม่สามารถทำงานอย่างเป็นทางการ ด้วยสภาพนี้กลุ่มอิควานมุสลิมูนจึงร่วมกับพรรคการเมืองฝ่ายค้าน และสร้างพันธมิตรเพื่อเข้าสภาผู้แทนราษฎรแห่งประเทศอียิปต์ การสร้างพันธมิตรกับพรรคการเมืองฝ่ายค้านและพฤติกรรมของอิควานมุสลิมูนอื่นๆ ทำให้ผู้สนับสนุนและผู้ไม่เห็นด้วยกับกลุ่มอิควานฯนั้นตำหนิพฤติกรรมดัง กล่าว

• ข้อติเตียนต่อกลุ่มอิควานมุสลิมูนไม่ได้จำกัดในเรื่องการเมืองเท่า นั้น แต่มีการวิพากษ์วิจารณ์ในบางเรื่องเกี่ยวกับอะกีดะฮฺ รวมทั้งแนวปฏิบัติและคำพูดของสมาชิกบางคน สำหรับเรื่องอะกีดะฮฺที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ คือคำพูดของ เชคหะซัน อัลบันนา เกี่ยวกับคุณลักษณะการเคลื่อนไหวของอิควานฯที่รอบคอบ และคำพูดของท่านเกี่ยวกับเนื้อหาแห่งซูฟี และจุดยืนของท่านเกี่ยวกับความเชื่อในคุณลักษณะของอัลลอฮฺ และความเข้าใจของท่านว่า บิดอะฮฺบางชนิดเป็นความขัดแย้งด้านหลักฐานเท่านั้น

• แต่เป็นที่ชัดเจนว่าความเข้าใจของ เชคหะซัน อัลบันนา เกี่ยวกับเรื่องซูฟี เป็นความหมายขนานกับคำว่า “الزُهْدُ” (สมถะ) มิใช่ซูฟีที่สวนกับซุนนะฮฺ ในด้านอะกีดะฮฺและจริยธรรม และสำหรับจุดยืนของท่านต่อคุณลักษณะของอัลลอฮฺนั้น ท่านอัลบันนามีความเห็นว่าแนวของสลัฟเป็นแนวที่ปลอดภัยกว่าและน่าปฏิบัติ ตามมากกว่า ถึงแม้ว่าจะเข้าใจความหมายที่เกี่ยวข้องกับคุณลักษณะของอัลลอฮฺหรือไม่

• บางกลุ่มในสมาชิกอิควานฯ ถูกวิจารณ์ว่าแสดงความจงรักภักดีและภาคภูมิใจต่อ เชคหะซัน อัลบันนา จนเกินเลยขอบเขต โดยแน่นอนแล้ว เรื่องอัลฆุลูวฺ หมายถึง การกระทำที่เกินเหตุเกี่ยวกับแกนนำหรือพฤติกรรมของมนุษย์ทั่วไป มุสลิมทั่วไปก็ไม่ได้ปลอดภัยจากสิ่งเหล่านี้ จนกระทั่งมีมุสลิมบางกลุ่มที่เกินเลยขอบเขตในการรักภักดีต่อร่อซูลหรือศ่อฮา บะฮฺบางท่าน หรือคนซอและฮฺบางท่าน การเกินเหตุนั้นเป็นลักษณะที่ชัดเจนในบรรดาขบวนการอิสลามในยุคปัจจุบัน แต่ต่างกันในระดับความรุนแรง ซึ่งจะปรากฏบางคนที่ภาคภูมิใจต่อท่านอิมามมุฮัมมัด อิบนุอับดุลวะฮาบ จนเกินขอบเขต และบางคนต่อ เชคหะซัน อัลบันนา, หรือ เมาลานา อัลเมาดูดียฺ, และบางคนก็ยกย่อง ซัยยิด กุฏบฺ จนเกินความเหมาะสม ดังกล่าวเป็นต้น ที่จริงแล้วสำหรับทุกๆคน จำเป็นต้องยืนหยัดในแนวทางของอัลอิสลาม ที่ขึ้นอยู่กับการกลับไปยังกิตาบุลลอฮฺและซุนนะฮฺของร่อซูลของพระองค์ ด้วยความเข้าใจของอัสสลัฟุศศอและห์ได้ห้ามมิให้เลยขอบเขตในการเคารพนับถือ แม้กระทั่งต่อท่านนบีมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม

• ข้อเขียนของท่านติลมิซานีย์ และท่านสะอี๊ด เฮาวา มีการวินิจฉัยบางประการที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงของอัลอิสลาม แต่ที่จริงแล้วทุกคน คำพูดของเขาย่อมรับได้หรือปฏิเสธได้ ยกเว้นท่านมะอฺศูมมุฮัมมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ซึ่งคำพูดของท่านจำเป็นต้องเชื่อฟังอย่างเดียว 

รากฐานแห่งความคิดและหลักศรัทธาของอิควานมุสลิมูน
แนวเผย แผ่ของอิควานมุสลิมูนได้ติดตามแนวการเผยแผ่ของ เชคมุฮัมมัด อิบนุอับดุลวะฮาบ ที่ยึดในแนวสลัฟ และติดตามร่องรอยของแนวการเผยแผ่ของกลุ่มอัซซะนูซี่ยะฮฺ และของ เชคมุฮัมมัดรอชีด ริฎอ ซึ่งส่วนมากของแนวเผยแผ่ดังกล่าว เป็นเส้นทางที่ยืดออกมาจากแนวทางของท่านอิมามอิบนุตัยมียะฮฺ (เสียชีวิต ฮ.ศ.928 หรือ ค.ศ. 1328) ซึ่งสืบทอดมาจากแนวทางของท่านอิมามอะหมัด อิบนุฮัมบัล ร่อฮิมะฮุลลอฮฺ
อิควาน มุสลิมูนได้นำเนื้อหาของซูฟีที่เกี่ยวกับวิธีการขัดเกลาจิตใจและปรับปรุง บุคลิกภาพให้อยู่ในตำแหน่งที่สง่างาม โดยยึดมั่นในแนวทางของบรรพชนซูฟียุคแรกที่มีอะกีดะฮฺอันถูกต้อง ไม่มีความอ่อนแอหรือความเกียจคร้าน เชคหะซัน อัลบันนา ได้รวบรวมความเห็นหลากหลายดังกล่าวมาบรรจุในแนวทางของท่าน และได้เสริมสิ่งจำเป็นที่สถานการณ์และสิ่งแวดล้อมจำบังคับให้คำนึงถึง เช่น การเผชิญกับกระแสหลากหลายที่แพร่ทั่วสังคมอียิปต์และแถบโลกมุสลิมทั้งปวง

พื้นที่ที่มีความเคลื่อนไหวของอิควานมุสลิมูน
ขบวน การอิควานมุสลิมูนริเริ่มเคลื่อนไหวในเมืองอิสมาอีลียะฮฺ แล้วย้ายไปยังกรุงไคโร จากนั้นจึงไปสู่ทั่วประเทศอียิปต์ จนกระทั่งในช่วงก่อนปี ค.ศ.1550 ขบวนการอิควานฯ มีสามพันสาขาทั่วประเทศอียิปต์และมีสมาชิกมากมาย
ขบวน การอิควานมุสลิมูนได้ขยายตัวไปยังประเทศอาหรับอื่นๆ จนกระทั่งมีความเคลื่อนไหวอย่างมากในประเทศซีเรีย ปาเลสไตน์ จอร์แดน เลบานอน อิรัก เยเมน ซูดาน และอื่นๆ ปัจจุบันนี้จะมีสมาชิกแห่งขบวนการอิควานมุสลิมูนทั่วโลก

สรุป
จากข้อมูลข้างต้น สรุปได้ว่า อัลอิควานอัลมุสลิมูน เป็นขบวนการมุสลิมในยุคปัจจุบัน และถือว่าเป็นขบวนการที่ใหญ่ที่สุด และเป้าหมายของกลุ่มนี้คือการเรียกร้องสู่การปฏิบัติตามกฎหมายแห่งกิตาบุ ลลอฮฺและซุนนะฮฺ และปฏิบัติชรีอะฮฺของอัลลอฮฺในทุกกิจกรรมของชีวิต และเผชิญหน้ากับนโยบายที่ต้องการแยกระหว่างโลกและศาสนาอย่างเข้มแข็ง ปฏิบัติทุกวิถีทางให้คำดำรัสของอัลลอฮฺสูงส่งบนแผ่นดิน ซึ่งเป็นขบวนการสากลที่จะพยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้ง และสร้างเยาวชนที่เข้มแข็งด้วยแนวเผยแผ่แห่งพระผู้เป็นเจ้าเพื่อขัดเกลาจิต ใจ แก้ไขปัญหาแวดล้อม และปรับปรุงผลงานของรัฐบาลและผู้ปกครองของสังคมด้วยความหวังในการที่จะ ฟื้นฟูความเป็นผู้นำของประชาชาติอัลอิสลาม ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะมีบางข้อตำหนิเช่นขบวนการอื่นๆ เกี่ยวกับแนวทางหรือพฤติกรรมของสมาชิกบางคน

Ref : islaminthailand.org


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น